วิธีบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ก่อนพบแพทย์

การไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐ และจะประเสริฐแค่ไหน ถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วไม่เจ็บป่วย (เพราะค่ารักษาพยาบาลมันแพง) แต่เอาเข้าจริง คงเป็นไปได้ยากที่จะไม่เจ็บป่วยเลย มาดูกันว่า เวลาป่วยที่ออสเตรเลีย เราสามารถดูแลตนเองเพื่อบรรเทาอาการป่วยนั้น ก่อนพบแพทย์ได้อย่างไร  

 

ขั้นตอนการพบแพทย์ที่ออสเตรเลีย

ที่ประเทศออสเตรเลีย การพบแพทย์แต่ละครั้งควรนัดคิวล่วงหน้า ไม่ว่าผ่านทางโทรศัพท์ และผ่านเว็บไซต์ของสถานพยาบาลนั้นๆ ไม่แนะนำให้ walk-in เลย เพราะสถานพยาบาลจะให้สิทธิ์กับคนไข้ที่จองล่วงหน้า ไม่เหมือนประเทศไทย รู้สึกป่วยเมื่อไร ก็ตรงไปพบแพทย์ได้ทันที

หลังจากนัดคิวเรียบร้อย เบื้องต้นเราจะได้เจอคุณหมอทั่วไป (General Practitioner หรือ GP) ประมาณคุณหมออายุรกรรม เพื่อรักษาโรคทั่วไป อย่าง ไข้หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย  หากอาการที่เป็น ต้องพบคุณหมอเฉพาะทาง ก็จะดำเนินการเป็นขั้นตอนต่อไป  แต่ถ้าไม่ได้ป่วยอะไรมาก General Practitioner จะให้ใบสั่งยา (Prescription) เพื่อให้เราไปซื้อยาเอง แนะนำว่า ใครมียาประจำตัวจากประเทศไทย ควรถือไปให้ GP ดูด้วย   

ค่าตรวจกับ General Practitioner ประมาณ 65 เหรียญต่อครั้ง แต่ถ้ามีประกันสุขภาพ ก็สามารถเคลมได้ (อย่าลืมอ่านเงื่อนไขของประกันสุขภาพที่คุณมี) หรือถ้าถือวีซ่า PR หรือเป็น Australia Citizen อยู่แล้ว สามารถใช้สิทธ์ Medicare ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการพบ General Practitioner 

รักษาตนเอง ด้วยสิ่งของที่หาซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ต ประเทศออสเตรเลีย

ระหว่างรอคิวพบคุณหมอ หากต้องการบรรเทาอาการเจ็บป่วยด้วยตนเอง ควรทำอย่างไร ในทีนี้จะขอนำเสนอวิธีบรรเทาอาการของโรคที่พบบ่อย ด้วยสิ่งของที่หาซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน 

ไข้หวัด (Cold)

โรคอันดับต้นๆ ที่เป็นกันบ่อย คือ เป็นไข้ คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ และไอ  แค่อากาศเปลี่ยน เจอลม เจอแดดก็ทำให้เป็นไข้หวัดได้  ซึ่งในช่วงแรกของการเป็นไข้หวัด เรายังบอกไม่ได้ว่า อาการนั้นเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือ ไข้หวัดใหญ่ ต้องรอดูอาการต่ออีกสักระยะ เช่น “ไข้หวัดธรรมดา” เมื่อมีไข้ แล้วกินยาลดไข้ 1-2 วัน อุณหภูมิร่างกาย ลดลงเป็นปกติ (ต่ำกว่า 37.5 องศาเซสเซียส หรือ 100 ฟาเรนไฮต์) แต่ “ไข้หวัดใหญ่” จะมีไข้สูงนานหลายวัน อุณหภูมิร่างกายลดลงเฉพาะช่วงกินยาลดไข้ เป็นต้น

เราสามารถบรรเทาอาการร่วมของไข้หวัดธรรมดาได้ด้วยตนเอง แต่การรักษาไข้หวัดใหญ่ จำเป็นต้องกินยาเฉพาะทางที่ควบคุมด้วยผู้เชี่ยวชาญ

มีไข้:       

- เช็ดตัวบ่อยๆ ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ ไม่ควรใช้น้ำเย็น บิดผ้าให้หมาดแล้วเช็ดบริเวณหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และตามข้อพับต่าง ๆ ของคนป่วย เพื่อลดไข้

- ดื่มน้ำในปริมาณน้อย แต่บ่อยๆ ตลอดทั้งวัน อาจเป็นน้ำอุ่น น้ำผลไม้คั้นสด หรือน้ำหวาน เพื่อลดไข้และทดแทนน้ำที่เสียไประหว่างมีไข้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็น 

- กินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรกินยาลดไข้ติดต่อนานเกิน 5 วัน เพราะมีผลเสียต่อตับ

คัดจมูก: 

- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (Nasal Saline Solution) อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังตื่นนอน และก่อนนอน หากหาซื้อน้ำเกลือไม่ได้ เราก็สามารถทำน้ำเกลือได้เอง โดยการใช้น้ำต้มสุก 750 cc ผสมเกลือป่น 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ควรใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง

ไอ:         

- ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาลงในนมสดอุ่นๆ 1 แก้ว พอให้มีรสหวาน นำมาดื่มก่อนนอน

- ใช้มะนาวครึ่งลูก โรยเกลือเล็กน้อย จากนั้นบีบมะนาวเข้าลำคอ

เจ็บคอ

- ใช้น้ำเปล่า 1 แก้ว และเกลือ 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน กลั้วคอบ่อย ๆ วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดอาการระคายคอ

- ผสมน้ำผึ้ง 3 ช้อนชาลงในน้ำร้อน 1 แก้ว บีบมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ดื่มได้บ่อยตามต้องการ  เพราะน้ำผึ้งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออย่างอ่อน จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ นอกจากนี้ น้ำมะนาวยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย และลดอาการไอได้อีกด้วย (เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ ไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง)

เสมหะ:   ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ระหว่างวัน หรือกลั้วคอด้วยน้ำเปล่าผสมเกลือป่น

นอกจากนี้ ควรนอนหลับให้เพียงพอ ทำร่างกายให้อบอุ่น ไม่ควรกินอาหารประเภทช็อกโกแลต ไอศกรีม หรือเค้ก เพราะในขนมหวาน มีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่มาก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ประสิทธิภาพในการต้านทานโรคของร่างกายจะลดต่ำลง

Views: 100

Replies are closed for this discussion.

Replies to This Discussion

ท้องเสีย (Diarrhea

ที่มา: www.pixabay.com

ท้องเสีย คือ อาการถ่ายอุจระบ่อยเกินกว่าวันละสามครั้ง หรืออุจระเหลวเป็นน้ำมากกว่าเนื้อ หรืออาจจะถ่ายเป็นมูกเลือด  ดังนั้นการดูแลตนเอง ขณะท้องเสีย ในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรกหลังพบอาการ คือ

- หยุดรับประทานอาหาร 2 ถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้หยุดการทำงาน

- ดื่มน้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำกับเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป  น้ำเกลือแร่ ทำได้ 2 วิธีคือ ใช้ผงเกลือแร่ สำเร็จรูป (เรียกว่า Oral rehydration salt (ORS) หรือ Electrolyte powder packet) ผสมน้ำต้มสุก หรือทำน้ำเกลือแร่ด้วยตนเอง

 

วิธีการทำน้ำเกลือแร่

 นำน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ประมาณ 750 cc ใส่ขวดเปล่า จากนั้นค่อยๆ เทเกลือ ½ ช้อนชา และน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะลงในขวด เขย่าให้ส่วนผสมเข้ากัน จิบบ่อยๆ ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง

- รับประทานโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติก (Probiotic yogurt) เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตในโยเกิร์ตสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงบางชนิดและทำให้หายเร็วขึ้นได้  ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในออสเตรเลีย มีโยเกิร์ตโปรไบโอติกหลายยี่ห้อ เช่น Vaalia และ Activia

- ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวใส่เกลือ ข้าวต้มหรือโจ๊ก

- งดอาหารรสจัด งดอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผัก ผลไม้

- งดดื่มนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน จนกว่าจะหายท้องเสีย

- ห้ามดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับออกกำลังกาย

คันตามผิวหนัง  (Itchy Skin

ที่มา: youtube.com

 

อาการคันตามผิวหนัง เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น แมลงสัตว์กัดต่อย ภูมิแพ้ อากาศที่แห้งและเย็น จนทำให้เราหงุดหงิดใจ หากมีอาการคันที่ไม่รุนแรง สามารถใช้วิธีเหล่านี้บรรเทาอาการได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง แนะนำให้รีบพบแพทย์ อย่านิ่งนอนใจ

- เมื่อรู้สึกคัน ให้รีบล้างบริเวณที่คันด้วยน้ำเย็น ปล่อยให้น้ำไหลผ่าน ห้ามใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเด็ดขาด 

- ประคบเย็น ด้วย Cold pack หรือถุงน้ำแข็ง หรือผ้าชุบน้ำเย็น ประคบบนบริเวณที่คัน ประมาณ 30 นาที

- นำ Baking Soda หรือ Bi-carbonate Soda ในอัตราส่วน 3 ช้อนชา ผสมน้ำสะอาด 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน และนำมาทาบริเวณที่คัน รอจนกว่าน้ำ Baking Soda แห้ง และหลุดลอกออกเอง แล้วค่อยล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง  

หากบริเวณที่คันมีขนาดกว้างมาก เช่น มือ ให้ผสม Baking Soda 1 ถ้วยตวง กับอ่างที่มีน้ำเย็น จากนั้นจุ่มแช่ประมาณ 30 – 60 นาที

ไมเกรน (Migraine)

ที่มา: www.medicaldesignandoutsourcing.com

ไมเกรน เกิดจากอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง โดยเริ่มจากบริเวณใกล้ดวงตาหรือบริเวณขมับข้างใดข้างหนึ่ง จะเกิดขึ้นซ้ำๆ และในรายที่ปวดรุนแรง ก็มักพึ่งยาแผนปัจจุบันเพื่อบรรเทาอาการ แต่รู้หรือไม่ เราสามารถบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ด้วยตนเอง

- ประคบร้อน-เย็น ให้ใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็ง หรือกระเป๋าใส่น้ำร้อน ประคบในบริเวณที่เกิดอาการปวดหัวไมเกรน หากอาการยังไม่บรรเทา ให้ประคบเย็นที่หน้าผาก และประคบร้อนที่ท้ายทอยพร้อมกัน

- ดื่มน้ำขิง ขิง (Ginger Loose) เป็นพืชสมุนไพร ใช้บรรเทาอาการไมเกรนที่ได้ผลดี สำหรับคนที่สะดวก ทำน้ำขิงเอง ขั้นตอนมีดังนี้

 

วิธีทำน้ำขิงสด

1. ล้างขิงให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก จำนวน 2-3 ขีด (ไม่ต้องหั่นละเอียด)
2. ทุบขิงเพื่อให้มีน้ำมันหอมระเหยออกมา
3. นำไปต้มกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ประมาณ 20 นาที

4. เติมน้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar) เพื่อเพิ่มรสชาติ

สำหรับคนที่ไม่สะดวกต้มนำขิงเอง ลองซื้อ Ground Ginger จากซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยนำมาผสมน้ำร้อน แล้วจิบดื่มระหว่างปวดไมเกรน เพิ่มรสชาติด้วยน้ำตาลทรายแดง หากต้องการความหวาน

 

หมายเหตุ   Galangal คือ ข่า และ Turmeric loose คือ ขมิ้นชัน

                 ถึงหน้าตาจะคล้ายกัน แต่เรื่องลดไมเกรน ไม่สามารถใช้แทนกันได้ ดูให้ดี อย่าซื้อผิด ขิง (Ginger) เท่านั้น  

ปวดฟัน (Toothache

ที่มา: deltadentalmo.com

กำลังปวดฟันอยู่หรือเปล่า อาการปวดฟันมีหลายสาเหตุ เช่น เหงือกอักเสบ รากฟันอักเสบ หรือฟันผุ หากยังทนอาการปวดฟันได้ แนะนำให้ลองวิธีเหล่านี้

- เบื้องต้นให้ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) ทำความสะอาดซอกฟันที่ปวดอย่างระมัดระวัง จากนั้นบ้วนปากด้วยน้ำอุ่น

- ประคบร้อน ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หรือกระเป๋าน้ำร้อนที่ข้างแก้ม บริเวณที่เกิดอาการปวดฟัน

- ประคบเย็น ให้น้ำผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น หรือ ห่อก้อนน้ำแข็ง ประคบที่ข้างแก้ม บริเวณที่ปวดฟัน ประมาณ 10-15 นาที / ครั้ง ถ้ายังไม่หายปวด ควรประคบต่อ

- ให้เกลือป่นช่วย โดยผสมเกลือป่น 1 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 แก้วกาแฟ คนให้เข้ากัน นำน้ำเกลือนี้มาอมไว้ในปากนาน 30 วินาที แล้วบ้วนทิ้ง ทำซ้ำได้ตามต้องการ เพราะเกลือจะช่วยลดอาการเหงือกบวมและลดอักเสบได้  

- อุ่นถุงชาให้ร้อนประมาณ 30 วินาที บีบน้ำส่วนเกินออก จากนั้นนำไปประคบบริเวณที่ปวด

 

หรือหากวิธีการในข้างต้นไม่เห็นผล ลองวิธีเหล่านี้ด้วยสิ เช่น อมน้ำยาบ้วนปากนาน 30 - 60 วินาที, ใช้ยาสีฟันป้ายบนฟันที่ปวด หรือแปะหัวหอมชิ้นเล็กๆ บนฟันที่ปวด    

 

โรคที่กล่าวมา เป็นโรคที่ไม่รุนแรง เบื้องต้นเราสามารถบรรเทาอาการด้วยตนเองได้ แต่อย่าลืมว่า หากมีอาการเจ็บป่วยเข้าขั้นรุนแรง รักษาด้วยตนเองแล้วไม่หาย ควรรีบพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาต่อไป  

References:

มาป่วยในออสเตรเลียต้องทำยังไงบ้าง? จาก Thaiwahclub.com [ July 23, 2017]

ท้องเสียควรทำอย่างไร จาก www.medicthai.com. [Nov 16, 2012]

ผื่นคัน-แสบผิวหนัง รักษาไม่ยาก...10 ของใกล้ตัวช่วยได้นะ จาก https://health.kapook.com.

วิธีการ กำจัดอาการคันด้วยวิธีการรักษาด้วยตัวเอง จาก https://th.wikihow.com.

เทคนิควิธี รักษาไมเกรน แสนง่าย ด้วยตัวเอง จาก http://www.beauty24store.com. [Mar 26, 2015]

5 วิธีบำบัดไมเกรนด้วยวิถีธรรมชาติ จาก http://abhaiherb.com

วิธีแก้ปวดฟัน พิชิตได้ง่าย ๆ ทำแล้วสบาย ไม่ต้องทนปวด ! จาก https://health.kapook.com.

วิธีการ บรรเทาอาการปวดฟัน จาก https://th.wikihow.com

7 วิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็วขึ้น จาก www.sanook.com. [Jan 16, 2016]

ไข้ จาก www.medthai.com

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แนะนำคลินิคทันตกรรมสำหรับคนไทยในเมลเบิร์น

5 สวนสวยในรัฐวิคทอเรียที่น่าไปช่วง Spring

งานยอดนิยมในเมลเบิร์น และหนทางเพิ่มรายได้ที่ทำได้ง่าย ตั้งแต่อยู่เม...

 

RSS

โฆษณา

 ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นพิเศษ  สำหรับคนไทย

 Tel: 0450 870 566

 Line ID: vodafonelonsdale

Doncaster Dental Hill  

คลินิคทำฟันครบวงจรและบริการเสริมความงามในเมลเบิร์น

Tel: 0413 819 770 (พี่อ๊อด) 
New line ID : @dhdental
Facebook:  Doncaster Hill Denta
Instagram:  Doncaster Hill Dental

© 2018   Created by jakrapong.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service