มาเรียนภาษา วีซ่ากำลังจะหมด แต่อยากเรียนต่อต้องทำอย่างไรบ้าง ?

สำหรับน้องๆที่มาเรียนคอร์สภาษาอังกฤษอย่างเดียว ไม่ว่าจะ 3 เดือน 6 เดือน หรือ ปีนึงก็ตาม ถ้าจบคอร์สแล้วอยากต่อวีซ่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงจะมีดังต่อไปนี้ครับ
 
1. เป้าหมายหลักของเรา : หลังจบคอร์สภาษาอังกฤษแล้ว โดยทั่วไปเป้าหมายของนักเรียนก็จะมีหลักๆ 2 อย่างได้แก่ (อันนี้เราพูดกันถึงเรื่องระดับของคอร์สเรียนเป็นหลัก)
 
a) เรียนในระดับ Higher Education / Research : คือเรียนต่อในระดับตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ในที่นี้หมายถึง ตรี โท เอก ณ ปัจจุบัน ผู้ที่เรียนในระดับนี้สองปีขึ้นไป มีสิทธิ์ขอ Post Study Work Visa หรือวีซ่าทำงานหลังเรียนจบได้อีก 2-4 ปี โดยจะต้องเรียนในระดับนี้สองปีขึ้นไปด้วยครับ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ในการหาในด้านที่เรียนมาหลังเรียนจบด้วยครับ เพราะตอนนั้นก็จะมีทั้งภาษา วุฒิ เวลาและสิทธิ์ในการทำงานฟูลไทม์ การเรียนโทหลายๆที่สมัยนี้ก็มี internship เข้ามาเป็นส่วนประกอบเพราะอยากให้นักเรียนได้งานกันจริงๆหลังจบครับ
b) เรียนในระดับ Vocational Education and Training (VET) หรือที่เรียกกันว่าเรียนดิปมีทั้งแบบจริงจัง และเรียนแบบเรียนไม่หนักพวกเรียนจริงจังก็เรียนใน TAFE และเอกชนที่สอนเฉพาะทางส่วนถ้าเรียนไม่หนัก ปกติก็จะมีเอกชนหลายๆที่ที่เปิดสอนอยู่ครับ 
ถ้าเรียนในสาขาที่ทางรัฐบาลต้องการ มีสิทธิ์ขอวีซ่าหลังเรียนจบได้อีก 1.5 ปี ส่วนการเรียนดิปโพลมานี่ก็จะเป็นระดับวิชาชีพ จะเป็นสกิลเฉพาะทาง เช่น ทำอาหาร ทำขนม ช่างต่างๆครับ สำหรับนักเรียนเอง ถ้าบอกเป้าหมายได้ชัดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งง่ายขึ้นสำหรับเอเจนท์และตัวเราในการเลือกคอร์สที่เหมาะสมครับ ดังนั้นบอกได้ตรงๆเลยว่าอยากเรียน อยากได้โท อยากเรียนทำอาหาร อยากเรียนแบบไม่หนักสบายๆ 
2. ระดับภาษาล่าสุดเป็นอย่างไร : ในแต่ละรร.ที่สอนภาษาจะมีชื่อเรียกระดับภาษาต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะคล้ายๆกัน เช่น
Intermediate เทียบเท่า IELTS ที่ประมาณ 5.0
Upper Intermediate เทียบเท่า IELTS ที่ประมาณ 5.5
Advanced เทียบเท่า IELTS ประมาณ 6.0
ดยตรงนี้ก็จะใช้ในการคำนวนต่อว่าเราต้องเรียนภาษาเพิ่มมั้ย ก่อนจะต่อคอร์สในระดับถัดไปได้ บางคนภาษาผ่านอยู่แล้ว ก็เข้าไปได้เลย แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็จะมีการแนะนำว่าต้องทำอย่างไรต่อไป โดยหลักการแล้ว ภาษาจะผ่านเพื่อเข้าไปเรียนในระดับถัดไปได้ทำได้ 3 วิธีคือ
1) สอบ IELTS ให้ผ่าน : ตรงนี้จำไว้ได้ว่า IELTS เป็นเทสที่ได้รับการยอมรับมากเสมอ ไม่ว่าผลการเรียนจะเป็น  intermediate จากที่เก่า (เทียบเท่า IELTS 5.0)  แต่เราสอบมาได้ 6.5 สถาบันก็จะยึดตัว IELTS 6.5 เป็นหลักครับ
2) ทำเทสของสถาบันนั้นๆ : หลายๆสถาบันมีให้นักเรียนนัดเข้าไปทำเทสได้ เพื่อวัดผลภาษา ซึ่งก็จะทำให้เรารู้ว่าผ่านเข้าไปเรียนเลยมั้ย หรือต้องเรียนเพิ่มนานเท่าไหร่ก่อนเข้าคอร์สหลักได้
3) เรียนภาษาได้เลเวลที่กำหนด ตามที่สถาบันที่เราจะเรียนต่อยอมรับ เช่น มีผลภาษาจาก รร. A ที่ Upper intermediate และรร. B มีคอร์สทำอาหาร และรับผลจากรร. A ที่ Upper intermediate ก็สามารถเข้าได้เลยเช่นกัน ส่วนในระดับ Diploma ปกติใช้ระดับภาษาแรกเข้าที่ IELTS 5.5-6.0 และจะเป็น 6.0-7.0 สำหรับคอร์สในระดับป.ตรีขึ้นไปครับ
  

3. งบประมาณ
 : ในคอร์สหลักที่กล่าวไปในข้อ 1. จะมีงบประมาณและ intake ต่อปีดังนี้ครับ
- คอร์สป.ตรีขึ้นไป : โดยปกติในออสเตรเลียจะแบ่งออกเป็น 2 semesters (Feb , July) มีบ้างทีเปิด November ค่าเรียนมีตั้งแต่ 22000-40000 AUD ต่อปี แล้วแต่ยูที่เลือก โดยก้อนแรกก็จะจ่ายค่าเรียนภาษา บวกมัดจำที่ 1 semester (หรือตามที่กำหนด แต่ปกติจะไม่เกิน 1 semester) เช่น ค่าเรียนโท ปีละ 26000 AUD ก็จ่ายก่อน 13000 AUD หรือน้อยกว่า ตามที่ยูกำหนดไว้
- คอร์สดิปโพลมา : ถ้าดิปโพลมาแบบใน TAFE หรือเอกชนแบบเฉพาะทางที่เน้นคุณภาพ จะอยู่ที่ตั้งแต่ปีละ 12000-18000 AUD
การเรียนมักจะเเบ่งเป็น 2 semesters (Feb, July) ถ้าเป็นแบบชิวๆ และไม่แพง ค่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 5500-7500 AUD การเรียนมักแบ่งเป็น 4 เทอม เทอมนึงเรียน 9 weeks หยุด 3 weeks 
 
4. หลักฐานการเงิน : ด้วยกติกาที่ใช้หลัง 1 July 2016 ที่เรียกว่า SSVF สถาบันในออสเตรเลียจะถูกแบ่งออกเป็น 3 level ( 1,2 และ 3)
โดย 1 และ 2 ตามหน้าเวปอิมมิเกรชั่นจะบอกไว้ว่าไม่ต้องยื่นหลักฐานการเงินและหลักฐานภาษาอังกฤษ (แต่เรียกได้เสมอ) ส่วนเลเวล 3 นั้นต้องมีทั้งผลภาษาอังกฤษ และหลักฐานการเงินที่ชัดเจนย้อนหลัง 6 เดือน
โดยทั่วไปเราก็จะแนะนำว่าแม้จะยื่นแบบเลเวล 1-2 ก็ยื่นแบบ Certificate of balance หรือ Bank guarantee ที่โชว์ยอดเงิน ณ วันนั้นๆไปด้วยก็ดีครับ (ไม่ต้องย้อนหลัง) ส่วนถ้าเลเวล 3 ต้องมีแบบย้อนหลังด้วย ส่วนจำนวนเงินและต่อคอร์สที่ลงเรียนครับทั่วไปเราพูดกันว่าราวๆ 8 แสนบาทขึ้นไปก่อน แต่ก็สูงได้ถึงเป็นล้านบาทเหมือนกัน (ตรงนี้เคสบายเคส พอคุยกันแล้วจะคำนวนละเอียดให้ได้ครับ)

นอกจากนี้รายละเอียดที่ควรเตรียมไว้ด้วยได้แก่
- วันจบคอร์สและวันหมดอายุวีซ่า
- CoE(s), Visa, Passport, Transcript,ใบจบ
- มีแผนว่าจะต้องกลับไทยมั้ยอย่างไร
แนะนำว่าถ้าอยู่ที่ออสเตรเลียเเล้ว ข้อดีคือเราสามารถเข้าไปดูสถาบันได้ด้วยตัวเอง สามารถนัดให้เข้าชมสถาบัน พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น เพราะมีข้อมูลที่เห็นด้วยตาตัวเองครับ :) 

Views: 1010

Comment

You need to be a member of Aussietip.com to add comments!

Join Aussietip.com

Comment by Freya on February 21, 2017 at 2:58pm

Thank You

โฆษณา

 ปรึกษาและสอบถามโปรโมชั่นพิเศษ  สำหรับคนไทย

 Tel: 0450 870 566

 Line: vodafonelonsdale

 Beyond Study Center Melbourne
 ให้คำแนะนำเรื่องการเรียนต่อ  ออสเตรเลียฟรี  มีสาขาดูแลทั้งที่ไทย  และออสเตรเลีย

 Tel : 038 648 6594
 http://www.beyondstudycenter.com

 Doncaster Hill Dental 

 คลินิคทำฟันสำหรับคนไทยใน
 เมลเบิร์น
 รับจัดฟันต่อจากไทย และ  บริการเสริมความงามระดับพรีเมียม

 Tel: 0413 819 770 (พี่อ๊อด)
 Line: 
olioht 

© 2017   Created by jakrapong.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service